ตลาด
บัญชี
แพลตฟอร์ม
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
โปรแกรมความภักดี
เครื่องมือ
เขียนโดย Itsariya Doungnet
ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย Rania Gule
อัปเดตแล้ว 4 เมษายน 2025
กราฟแท่งเทียน เป็นกราฟแสดงราคา ที่นักเทรดทุกคนจำเป็นต้องเข้าใจ ก่อนที่จะลงมือเทรดจริง หากคุณกำล้งสนใจ การเทรด อยู่ล่ะก็ ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจ กราฟแท่งเทียน Forex ตั้งแต่พื้นฐาน และวิธีการอ่านกราฟ ที่เข้าใจง่ายที่สุด เพื่อให้คุณสามารถเข้าเทรดได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart) แสดงการเคลื่อนไหวของราคาในตลาดแลกเปลี่ยน ประกอบด้วย ราคาเปิด, ราคาปิด, ราคาสูงสุด, และราคาต่ำสุดของช่วงเวลานั้น ๆ
รูปแบบกราฟแท่งเทียน เช่น Hammer, Engulfing, Doji, Marubozu จะช่วยบ่งบอกทิศทางหรือการกลับตัวของราคา
การวิเคราะห์กราฟ จะใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์ แนวรับ-แนวต้าน เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจเทรด
ลงทะเบียนบัญชีเดโม่ฟรีและปรับกลยุทธ์การเทรดของคุณ
กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart) คือ กราฟแสดงการเคลื่อนไหวของราคาในตลาดสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น หุ้น, Forex หรือ คริปโต ต่างก็จะแสดงราคาในรูปแบบของ “แท่งเทียน” แต่ละแท่งจะบ่งบอกถึง ราคาเปิด (Open), ราคาปิด (Close), ราคาสูงสุด (High) และราคาต่ำสุด (Low)
จุดสูงสุด (High) คือ จุดที่ราคาขึ้นไปบนสุดของไส้เทียน (Shadow)
จุดต่ำสุด (Low) คือ จุดที่ราคาลดลงไปล่างสุดของไส้เทียน
ราคาเปิด (Open) คือ ราคาที่เริ่มต้นของเนื้อเทียน อาจจะเริ่มจากด้านล่างหรือด้านบนก็ได้ ขึ้นอยู่กับทิศทางกราฟราคา
ราคาปิด (Close) คือ ราคาที่จบของเนื้อเทียน ที่ขึ้นอยู่กับว่าแท่งเทียนนั้นเป็นขาขึ้นหรือขาลง
เนื้อเทียน (Body) คือ ช่วงระยะห่าง ระหว่างราคาเปิดและราคาปิด หากราคาเปิดสูงกว่าราคาปิด จะเป็นแท่งขาลง (สีแดง) และหากราคาเปิดต่ำกว่าราคาปิด จะเป็นแท่งขาขึ้น (สีเขียว)
ไส้เทียน (Shadow) คือ การเคลื่อนไหวของราคาที่เลยจากราคาเปิดและราคาปิด อาจจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง ยิ่งไส้เทียนยาว ก็หมายถึง ราคามีการแกว่งตัวสูงในช่วงเวลานั้น
ถ้า ราคาเปิด ต่ำกว่าราคาปิด คือ แท่งขาขึ้น (สีเขียว)
ถ้า ราคาเปิด สูงกว่าราคาปิด คือ แท่งขาลง (สีแดง)
ถ้า เนื้อเทียน ไม่มีหรือเล็กมาก คือ แท่งเทียนโดจิ (Doji candlestick) แสดงความไม่แน่ใจของตลาด
ไส้เทียนยาว หมายถึง ราคาเคลื่อนไหวแรงในช่วงเวลานั้น
รูปแบบกราฟแท่งเทียน เป็นสิ่งสำคัญในการใช้วิเคราะห์ตลาด และ ทิศทางแนวโน้มราคา มีทั้งหมด 3 รูปแบบด้วยกัน เรามาดูกันต่อเลยว่า รูปแบบกราฟแบบไหนที่เป็นการกลับทิศทางราคา การเคลื่อนไหวราคาทิศทางเดิม และรูปแบบไหนที่คุณต้องระวัง
Hammer: แท่งเทียนที่มีไส้เทียนยาวด้านล่างและเนื้อเทียนเล็กๆ ด้านบน แสดงถึงสัญญาณการกลับตัวจากขาลงไปขาขึ้น
Engulfing: รูปแบบที่แท่งเทียนใหม่ (อาจจะเป็นสีเขียวหรือสีแดง) ปิดทับแท่งเทียนก่อนหน้า เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนทิศทาง เช่น จากขาลงเป็นขาขึ้น หรือจากขาขึ้นเป็นขาลง
Doji: แท่งเทียนที่มีเนื้อเทียนเล็กหรือไม่มีเนื้อเทียนเลย แสดงถึงความไม่แน่ใจในทิศทางของราคา ซึ่งอาจเป็นสัญญาณการกลับตัว
Marubozu: แท่งเทียนที่มีเนื้อเทียนยาวเต็มทั้งแท่ง ไม่มีไส้เทียน (Shadow) แสดงถึงการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวที่ชัดเจนและแรง
Strong Bullish/Bearish: รูปแบบของแท่งเทียนที่เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวต่อเนื่องหลายแท่ง แสดงถึงแนวโน้มราคาที่แข็งแกร่งไม่เปลี่ยนแปลง
Shooting Star: แท่งเทียนที่มีไส้เทียนยาวด้านบนและเนื้อเทียนเล็กด้านล่าง ซึ่งมักบ่งบอกถึงการกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลง
Morning Star / Evening Star: รูปแบบการกลับตัวที่เกิดจากสามแท่งเทียน ซึ่งมีแท่งกลางเป็น Doji หรือแท่งเล็กๆ แสดงถึงจุดเปลี่ยนทิศทางราคา
หากคุณสามารถอ่านกราฟแท่งเทียนได้ และเข้าใจภาพรวมการเคลื่อนไหวราคา หรือ เทรนด์ ก็สามารถใช้การ วิเคราะห์แท่งเทียน ร่วมกับ อินดิเคเตอร์ (Indicators) ได้ ทั้งนี้แล้วก็ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ส่วนบุคคล นอกจากนี้แล้ว แนวรับ-แนวต้าน (Support and Resistance) ก็สำคัญอย่างมาก เป็นการเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การเคลื่อนไหวตลาด ช่วยในการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น
ก่อนอื่น คุณจำเป็นต้องเรื่องช่วงเวลาเที่เหมาะกับกลยุทธ์ของคุณก่อน เช่น
การเทรดระยะสั้น (Scalping): หรือการเทรดภายในวัน: ช่วงเวลาเทรด 1 นาที, 5 นาที หรือ 15 นาที
การเทรดระยะกลาง (Swing Trading): ช่วงเวลาเทรด 1 ชั่วโมง หรือ 4 ชั่วโมง
การเทรดระยะยาว (Position Trading): ช่วงเวลาเทรด 1 วัน หรือ 1 สัปดาห์
คุณจำเป็นจะต้องเข้าใจ การวิ่งของราคาตลาดภาพรวม ที่จะมีด้วยกันแค่ 3 รูปแบบเท่านั้น คือ Sideway, Uptrend และ Downtrend เรามาดูความแตกต่างของแต่ละแบบกันต่อเลย
Sideway หมายถึง ราคาเคลื่อนตัวไปด้านข้างอย่างเท่าๆ กัน
Uptrend หมายถึง แนวโน้มราคาช่วงขาขึ้น
Downtrend หมายถึง แนวโน้มราคาช่วงขาลง
ตรวจสอบแท่งเทียน 3 แท่งสุดท้าย ให้เทียบกับรูปแบบแท่งเทียนสำคัญที่มี เช่น Bullish Engulfing, Bearish Engulfing, Morning Star, Doji, และ Hammer ก็จะช่วยเป็นการยืนยันทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาได้ด้วย ขั้นตอนนี้จำเป็นต้องใช้ร่วมกับการการอ่านเทรนด์ทุกครั้ง
การวิเคราะห์ แนวรับ (Support) และ แนวต้าน (Resistance) เป็นขั้นตอนสำคัญในการเปิดตำแหน่งเทรดให้ได้แม่นยำมากขึ้น เมื่อราคาฝ่า แนวรับ หรือ แนวต้าน เป็นการบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงทิศทางราคา
แนวรับ (Support) คือ จุดที่ราคามักหยุดลงและกลับตัวขึ้น เนื่องจากมีแรงซื้อสะสมที่ระดับนั้น
แนวต้าน (Resistance) คือ จุดที่ราคามักหยุดขึ้นและกลับตัวลง เนื่องจากมีแรงขายสะสมที่ระดับนั้น
แนวรับ ใช้เป็นจุดเปิดตำแหน่ง ซื้อ (Buy)
แนวต้าน ใช้เป็นจุดเปิดตำแหน่ง ขาย (Sell)
เมื่อคุณแน่ใจทิศทางการเคลื่อนไหวราคา ก็สามารถเลือกคำสั่งซื้อที่ต้องการได้เลย ซึ่งแต่ละคำสั่งซื้อก็จะมีรูปแบบการดำเนินการเทรดที่แตกต่างกันออกไป เช่น
Buy Stop คือ คำสั่งซื้อที่ตั้งไว้ สูงกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะขึ้นหลังจากผ่านระดับนั้น
ตัวอย่าง: ราคาปัจจุบัน $50, ตั้ง Buy Stop ที่ $55 คำสั่งจะเปิดเมื่อราคาถึง $55
Sell Stop คือ คำสั่งขายที่ตั้งไว้ ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะลงหลังจากผ่านระดับนั้น
ตัวอย่าง: ราคาปัจจุบัน $50, ตั้ง Sell Stop ที่ $45 คำสั่งจะเปิดเมื่อราคาถึง $45
Buy Limit คือ คำสั่งซื้อที่ตั้งไว้ ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะลงแล้วกลับตัวขึ้น
ตัวอย่าง: ราคาปัจจุบัน $50, ตั้ง Buy Limit ที่ $45 คำสั่งจะเปิดเมื่อราคาลงถึง $45
Sell Limit คือ คำสั่งขายที่ตั้งไว้ สูงกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะขึ้นแล้วกลับตัวลง
ตัวอย่าง: ราคาปัจจุบัน $50, ตั้ง Sell Limit ที่ $55 คำสั่งจะเปิดเมื่อราคาขึ้นถึง $55
นักเทรดไม่ว่าจะ มือใหม่ หรือ นัดเทรด ที่มีประสบการณ์ไม่ควรพลาดข้อควรระวังนี้ไป ซึ่งนี่จะช่วยป้องกันความผิดพลาดในการวิเคราะห์ราคา และ การเข้าเทรดได้ดียิ่งขึ้นไปอีก
ห้ามลืมพิจารณา การคาดการณ์แนวโน้มราคาตลาด หรือ การวิเคราะเทรนด์ตลาด นั่นเอง
การวิเคราะห์กราฟแท่งเทียนจะต้องเชื่อมโยงกับทิศทางการเคลื่อนไหวราคาด้วยเช่นกัน
ควรพิจารณาปริมาณการซื้อขาย หรือ Volume เพื่อยืนยันการเคลื่อนไหวราคา
ไม่ควรมองข้าม ราคาปิด ไส้เทียน ก่อนหน้า
ปรับเปลี่ยนและพัฒนากลยุทธ์ด้วยการเลือกใช้ อินดิเคเตอร์ (Indicators)
กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart) เป็น การแสดงราคาในรูปแบบแท่งเทียน ที่สำคัญในการช่วยวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ในตลาด ซึ่งนอกจากจะมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย ที่เกี่ยวข้องในการวิเคราะห์และคาดการณ์แนวโน้มราคาในตลาดแล้ว การทำความเข้าใจรูปแบบของแท่งเทียนก็สำคัญมาก ซึ่งเราก็ได้อธิบาย กราฟแท่งเทียน เบื้องต้น และ กราฟแท่งเทียน จุดซื้อขาย มาไว้ให้กับคุณในบทความนี้แล้ว
เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย
กราฟแท่งเทียน คือ รูปแบบการแสดงความเคลื่อนไหวราคา โดยจะมีระบุ ราคาเปิด ปิด ราคาสูงสุด และ ต่ำสุด เพื่อให้นักเทรดคาดการณ์แนวโน้มราคาต่อไปได้
การวิเคราะห์แท่งเทียน จะต้องเป็นไปตามทิศทางการวิ่งของราคาในตอนนั้น ซึ่งการวิ่งของราคาจะมีอยู่ 3 แบบ คือ ราคาวิ่งขึ้น วิ่งลง และ วิ่งไปด้านข้าง
Doji คือ แท่งเทียนที่บ่งบอกการปิดของราคาตลาด เป็นสัญญาณราคาวิ่งกลับตัว หรือ แสดงความไม่แน่ใจในทิศทางตลาด
หากเปิดตำแหน่ง (Buy) ควรตั้ง Stop-loss ที่ต่ำกว่าแนวรับเล็กน้อย แต่หากเปิดตำแหน่งขาย (Sell) ควรตั้ง Stop-loss ที่สูงกว่าแนวต้านเล็กน้อย
กราฟแท่งเทียน สามารถช่วยทำนายทิศทางราคาได้ แต่ไม่ได้ให้ความแม่นยำ 100% จำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่นๆ เช่น แนวรับ-แนวต้านและปริมาณการซื้อขาย (Volume) ด้วยเช่นกัน
SEO Content Writer
อิสสริยา ดวงเนตร เป็นนักเขียนคอนเท้นต์ SEO ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เชี่ยวชาญด้านการให้ความรู้ เรื่องตลาดเทรด และ การลงทุน เน้นสไตล์การเขียนที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย และเนื้อหาความรู้จัดเต็ม พร้อมกับการผสมผสานเทคนิค SEO ที่ช่วยให้ผู้อ่านค้นหาบทความได้ง่าย อย่าลืมติดตามกันนะคะ
market analyst
A market analyst and member of the Research Team for the Arab region at XS.com, with diplomas in business management and market economics. Since 2006, she has specialized in technical, fundamental, and economic analysis of financial markets. Known for her economic reports and analyses, she covers financial assets, market news, and company evaluations. She has managed finance departments in brokerage firms, supervised master's theses, and developed professional analysis tools.
เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง