ตลาด
บัญชี
แพลตฟอร์ม
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
โปรแกรมความภักดี
เครื่องมือ
เขียนโดย XS Editorial Team
อัปเดตแล้ว 4 ตุลาคม ค.ศ. 2024
ลงทะเบียนบัญชีเดโม่ฟรีและปรับกลยุทธ์การเทรดของคุณ
แท่งเทียนรูปค้อนเป็นรูปแบบแท่งเทียนที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อลุ้นสัญญาณการกลับตัวของแนวโน้มขาลง
บทความนี้อธิบายถึงวิธีการก่อตัวของแท่งเทียนรูปค้อนและนำเสนอ 6 กลยุทธ์การเทรดที่อิงตามรูปแบบนี้
สาระสำคัญ
รูปแบบแท่งเทียนค้อนส่งสัญญาณการกลับตัวของตลาดจากแนวโน้มขาลงเป็นขาขึ้น
รูปแบบนี้มีขนาดลำตัวเล็กที่อยู่ด้านบนและมีไส้ด้านล่างยาวซึ่งแสดงถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่ง
รูปแบบนี้จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อปรากฏใกล้แนวรับหรือมีปริมาณการซื้อขายสูง
การใช้แท่งเทียนรูปแบบค้อนร่วมกับเครื่องมืออื่น ๆ เช่น เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages), RSI, Fibonacci และ Pivot Points ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเทรด
แท่งเทียนรูปค้อน (Hammer) เป็นรูปแบบแท่งเทียนเดี่ยวที่เกิดขึ้นในช่วงท้ายของแนวโน้มขาลงและส่งสัญญาณการกลับตัวที่เป็นไปได้รูปแบบของมันคล้ายกับค้อนซึ่งเป็นที่มาของชื่อโดยมีลักษณะดังต่อไปนี้:
ลำตัวแท่งเทียนขนาดเล็ก: ลำตัวแท่งเทียนมีขนาดเล็กและอยู่ที่ส่วนบนของช่วงการซื้อขายแสดงว่าราคาปิดและราคาเปิดอยู่ใกล้กัน
ไส้ล่างยาว: ไส้ล่าง (หรือไส้เทียน) ยาวอย่างน้อยสองเท่าของลำตัวแท่งเทียน ไส้ล่างที่ยาวนี้บ่งบอกว่าราคาถูกกดลงอย่างมากในช่วงการซื้อขายแต่แรงซื้อที่แข็งแกร่งผลักดันให้ราคากลับขึ้นมา
ไม่มีไส้หรือมีไส้บนเพียงเล็กน้อย: โดยทั่วไปแล้วจะไม่มีหรือมีไส้บนเพียงเล็กน้อยแสดงให้เห็นว่าราคาไม่เคลื่อนไหวสูงกว่าระดับการเปิดและปิด
แท่งเทียนรูปค้อน (Hammer) จะเกิดขึ้นในช่วงขาลงต่อไปนี้เป็นวิธีการระบุรูปแบบนี้บนกราฟ:
แนวโน้มขาลง: ตลาดอยู่ในแนวโน้มขาลงโดยมีจุดสูงสุดที่ต่ำลงและจุดต่ำสุดที่ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง
การลดลงของราคา: ในช่วงการซื้อขายฝั่งขายยังคงกดดันให้ราคาลดลงทำให้แนวโน้มขาลงดำเนินต่อไป
แรงซื้อกลับเข้ามา: ในจุดหนึ่งฝั่งซื้อเริ่มเข้าสู่ตลาดซึ่งสร้างแรงซื้อที่สำคัญผลักดันราคาให้กลับขึ้นไปใกล้ระดับเปิด
ปิดใกล้ระดับเปิด: เมื่อสิ้นสุดการซื้อขายราคาอยู่ใกล้หรือสูงกว่าราคาเปิดทำให้เกิดลำตัวแท่งเทียนขนาดเล็กที่ด้านบนของแท่งและเหลือไส้ล่างยาว
ความสำคัญของแท่งเทียนรูปค้อนอยู่ที่ความสามารถในการส่งสัญญาณการกลับตัวของแนวโน้มตลาด
เมื่อรูปแบบนี้ปรากฏที่จุดต่ำสุดของแนวโน้มขาลง มันบ่งบอกว่าความกดดันจากการขายกำลังลดลงและแรงซื้อกำลังเข้ามาแทนที่ การเปลี่ยนจากตลาดขาลงเป็นตลาดขาขึ้นนี้สำคัญสำหรับนักเทรด เนื่องจากแสดงให้เห็นชัดเจนว่าทิศทางของแนวโน้มตลาดกำลังเปลี่ยนไป
แท่งเทียนรูปค้อนยังเพิ่มความสำคัญของแนวรับอีกด้วยเมื่อมันเกิดขึ้นใกล้ระดับแนวรับแสดงว่าฝั่งผู้ซื้อเข้ามาและหยุดการลดลงของราคาและอาจผลักดันราคาให้สูงขึ้น
ความสำคัญของรูปแบบนี้จะยิ่งมากขึ้นเมื่อมีปริมาณการซื้อขายสูงซึ่งแสดงถึงความสนใจของตลาดที่แข็งแกร่งและยืนยันสัญญาณการกลับตัว
แท่งเทียนรูปค้อนมีหลากหลายรูปแบบซึ่งมีลักษณะและความหมายเฉพาะสำหรับเทรดเดอร์
ด้านล่างนี่คือตัวอย่างทั่วไปของรูปแบบแท่งเทียนค้อน
เมื่อเราพูดถึงแท่งเทียนรูปค้อน (Hammer) โดยทั่วไปเรามักจะหมายถึงแท่งเทียนรูปค้อนแบบกระทิง
ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นรูปแบบนี้เกิดขึ้นหลังจากราคาลดลงและส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการกลับตัวขึ้น
นอกจากนี้สีของตัวแท่งเทียนสามารถเป็นได้ทั้งสีเขียวหรือสีแดงแต่สีเขียวมักถูกมองว่าเป็นกระทิง(ขาขึ้น)มากกว่าเพราะแสดงให้เห็นว่าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด
แท่งเทียนรูปค้อนกลับหัว (Inverted Hammer) ยังส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการกลับตัวขึ้นเช่นกันแต่ก็มีลักษณะปรากฏที่แตกต่างกัน
รูปแบบนี้เกิดขึ้นที่จุดต่ำสุดของแนวโน้มขาลงและมีตัวแท่งเล็ก ๆ อยู่ที่ส่วนล่างสุดพร้อมกับไส้เทียนบนยาวและไม่มีหรือมีไส้เทียนล่างเพียงเล็กน้อย
รูปแบบนี้บ่งบอกว่าฝั่งซื้อพยายามดันราคาให้สูงขึ้นในระหว่างช่วงการซื้อขายแต่ฝั่งขายได้ดึงราคากลับลงมาใกล้กับราคาที่เปิด
แม้จะเป็นเช่นนี้แรงกดดันในการซื้อก็ยังคงแข็งแกร่งพอที่จะบ่งบอกถึงความเป็นไปได้ในการกลับตัว
แท่งเทียนรูปค้อนกลับหัวเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับแท่งเทียนรูปค้อนมาตราฐาน
ในขณะที่ทั้งสองรูปแบบแท่งเทียนมีตัวแท่งเล็ก ๆ แต่แท่งเทียนรูปแบบค้อนมีไส้เทียนบนสั้นหรือไม่มีเลยในขณะที่แท่งเทียนค้อนกลับหัวมีไส้เทียนบนยาว
ในทำนองเดียวกันแท่งเทียนรูปค้อนกลับหัวมีไส้เทียนล่างสั้นหรือไม่มีเลยในขณะที่แท่งเทียนรูปค้อนจะมีไส้เทียนล่างยาว
แม้ว่าแท่งเทียนรูปค้อน (Hammer) และ แท่งเทียนโดจิ (Doji) จะบ่งบอกถึงความเป็นไปได้ในการกลับตัวแต่รูปแบบแท่งเทียนรูปค้อนจะมีตัวแท่งเล็กและไส้เทียนล่างยาวในขณะที่แท่งเทียนโดจิจะมีตัวแท่งเล็กที่มากและมีไส้เทียนทั้งสองด้านที่ยาวเกือบเท่ากัน
แท่งเทียนโดจิบ่งบอกถึงความลังเลในตลาดในขณะที่แท่งเทียนรูปค้อนบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจากแรงขายไปสู่แรงซื้อที่แข็งแกร่งกว่า
แม้ว่าแท่งเทียนดาวตก (Shooting Star) จะไม่ใช่รูปแบบของแท่งเทียนรูปค้อนแต่ก็ควรกล่าวถึงเนื่องจากมีความคล้ายคลึงกับแท่งเทียนรูปค้อนกลับหัวแต่มีความหมายเชิงขาลง (หมี)
ทั้งสองมีโครงสร้างคล้ายกันแต่ปรากฏในบริบทที่ต่างกันแท่งเทียนดาวตกเกิดขึ้นที่จุดสูงสุดของแนวโน้มขาขึ้นโดยมีตัวแท่งเล็ก ๆ ที่ส่วนล่างและไส้เทียนบนยาว
รูปแบบนี้บ่งบอกว่าฝั่งซื้อพยายามดันราคาให้สูงขึ้นแต่ถูกฝั่งขายดันลงมาทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการกลับตัวลง
การเปรียบเทียบแท่งเทียนรูปค้อนกับแท่งเทียนแฮงค์แมน (Hanging Man) เป็นเรื่องปกติแม้ว่าทั้งสองจะมีลักษณะภายนอกเหมือนกันแต่บริบทที่เกิดขึ้นนั้นจะมีความแตกต่างกัน
แท่งเทียนรูปค้อนจะปรากฏที่จุดต่ำสุดของแนวโน้มขาลง ซึ่งบ่งบอกถึงการกลับตัวขาขึ้น (กระทิง) แต่แท่งเทียนแฮงค์แมนจะปรากฏที่จุดสูงสุดของแนวโน้มขาขึ้นซึ่งบ่งชี้ถึงการกลับตัวที่เป็นขาลง (หมี)
ซึ่งทั้งสองรูปแบบมีตัวแท่งเล็กและไส้เทียนล่างยาวแต่ความหมายของทั้งสองต่างกันตามตำแหน่งที่ปรากฏในแนวโน้ม
การเทรดด้วยแท่งเทียนรูปค้อนต้องอาศัยการจดจำรูปแบบและยืนยันสัญญาณการกลับตัวต่อไปนี้คือตัวอย่างและกลยุทธ์การเทรดบางส่วน
ลองนึกภาพว่าคุณพบแท่งเทียนรูปค้อนในการเทรดฟอเร็กซ์ที่จุดสิ้นสุดของแนวโน้มขาลง คุณรอให้แท่งเทียนถัดไปยืนยันการกลับตัวโดยปิดที่สูงกว่าแท่งเทียนค้อนซึ่งการยืนยันนี้จะให้สัญญาณซื้อแก่คุณ
ด้านล่างนี้คือขั้นตอนการเทรดโดยใช้แท่งเทียนค้อนในการเทรดคู่สกุลเงิน
ระบุแท่งเทียนค้อน: คุณกำลังวิเคราะห์คู่สกุลเงิน EUR/USD และสังเกตเห็นแท่งเทียนรูปค้อนบนกราฟรายวัน
คู่สกุลเงินนี้อยู่ในแนวโน้มขาลงแต่แท่งเทียนค้อนเกิดขึ้นโดยมีตัวแท่งเล็กและไส้เทียนล่างยาว ซึ่งส่งสัญญาณถึงการกลับตัวที่เป็นไปได้
ยืนยันสัญญาณ: ในวันถัดไปคุณรอให้แท่งเทียนรายวันปิดสูงกว่าแท่งเทียนค้อนของแท่งเทียนก่อนหน้าจะเป็นการยืนยันว่าแท่งเทียนนี้ปิดสูงกว่า ซึ่งจะยืนยันสัญญาณขาขึ้น (กระทิง)
เข้าสู่การเทรด: เมื่อได้รับการยืนยันคุณเปิดสถานะซื้อ (Long) ในคู่สกุลเงิน EUR/USD ณ ราคา ตลาด
ตั้งจุดหยุดการขาดทุน: เพื่อจัดการความเสี่ยงคุณตั้งจุดหยุดขาดทุน (Stop Loss) ไว้ต่ำกว่าแท่งเทียนค้อน การวางตำแหน่งนี้จะช่วยให้คุณจำกัดการขาดทุนหากตลาดไม่เป็นไปตามที่คาด
ติดตามการเทรด: เมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นคุณเฝ้าติดตามตลาดคู่สกุลเงิน EUR/USD จะเคลื่อนไหวขึ้นต่อเนื่องและคุณปรับจุดหยุดการขาดทุน (Stop Loss) ให้สูงขึ้นเพื่อปกป้องกำไรของคุณ
คุณยังคงติดตามการเทรดและทำการปรับเปลี่ยนตามความจำเป็นเพื่อเพิ่มกำไรและลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด
ตอนนี้คุณได้รู้แล้วว่าแท่งเทียนรูปค้อนคืออะไร มันก่อตัวอย่างไร วิธีการระบุ และตัวอย่างการเทรดทั่วไป ต่อไปเรามาดูกลยุทธ์การเทรดเชิงปฏิบัติบางส่วนกัน
เมื่อตลาดอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นเทรดเดอร์มักจะมองหาการย่อตัว (Pullback) และแท่งเทียนรูปค้อนซึ่งเป็นรูปแบบที่ยอดเยี่ยมในการมองหาในช่วงกาย่อตัวนี้
เพียงแค่รอให้ราคาลดลงแล้วจับตาดูแท่งเทียนรูปค้อน รูปแบบนี้มักจะส่งสัญญาณว่าการย่อตัวที่กำลังจะสิ้นสุดและเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวขึ้นครั้งใหม่
ลองนึกถึงสถานการณ์ที่หุ้นกำลังขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่เริ่มมีการย่อตัวเกิดขึ้นคุณสังเกตจะเห็นแท่งเทียน รูปค้อนกำลังก่อตัว
สิ่งนี่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากาย่อตัวอาจจะสิ้นสุดลงและถึงเวลาที่คุณควรเตรียมตัวสำหรับการเคลื่อนไหวขึ้นครั้งต่อไป
แนวรับเป็นจุดสำคัญที่การกลับตัวของราคามักจะเกิดขึ้น การนำเทคนิคมารวมกันระหว่างแท่งเทียน รูปค้อนกับแนวรับสามารถสร้างโอกาสที่ดีในการเปิดตำแหน่งซื้อ (Long)
เริ่มต้นด้วยการระบุและวาดแนวรับบนกราฟของคุณ
อดทนรอให้ราคาลดลงจนถึงแนวรับ
มองหาแท่งเทียนรูปค้อนที่ก่อตัวที่แนวรับ
เมื่อราคาทะลุจุดสูงสุดองแท่งเทียนค้อนให้เปิดตำแหน่งซื้อ (Long)
ตั้งจุดหยุดขาดทุน (Stop Loss) ไว้ต่ำกว่า จุดต่ำสุดของแท่งเทียนรูปค้อน เพื่อจัดการความเสี่ยง
กำหนดจุดทำกำไร (Take-Profit) ตามแผนการเทรดของคุณ
ตัวอย่างเช่น หากหุ้นกำลังลดลงมาสู่แนวรับที่ชัดเจนและแท่งเทียนรูปค้อนปรากฏขึ้นที่จุดนั้นสิ่งนี่เป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งว่าราคาอาจจะเริ่มปรับตัวขึ้น การตั้งค่านี้ทำให้คุณสามารถเปิดตำแหน่งซื้อโดยคาดหวังว่าราคาจะเคลื่อนไหวขึ้นต่อไป
Pivot Points เป็นแนวรับและแนวต้านที่คำนวณโดยอัตโนมัติและได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักเทรดเดอร์ระหว่างวัน ต่อไปนี้คือวิธีการเทรดด้วยแท่งเทียนรูปค้อนโดยใช้ pivot points :
เปิดใช้งานตัวบ่งชี้ Pivot Points บนกราฟของคุณ
มองหา Pivot Points ที่อยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบันเนื่องจากเป็นแนวรับ
แม้ว่าราคาจะอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นจะดีที่สุดแต่ก็ไม่จำเป็นเสมอไป
อดทนรอให้ราคาลดลงมาถึงระดับ Pivot Point
มองหาแท่งเทียนรูปค้อนที่ก่อตัวขึ้นที่ระดับ Pivot Point
เปิดสถานะ Long (ซื้อ) เมื่อราคาทะลุจุดสูงสุดของแท่งเทียนรูปค้อน
ตั้งจุดหยุดการขาดทุน (Stop Loss) ไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งเทียนค้อน
วางแผนจุดทำกำไร (Take Profit) ตามกลยุทธ์การเทรดของคุณ
ตัวอย่างเช่น ลองนึกภาพว่าคุณกำลังเทรดระหว่างวันและราคาของสินทรัพย์ลดลงมาถึงระดับ Pivot Point รายวันหากของแท่งเทียนรูปค้อนก่อตัวขึ้นที่ระดับนี้ แสดงว่า Pivot Point กำลังทำหน้าที่เป็นแนวรับ สิ่งนี้บ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวขึ้นที่เป็นไปได้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งในการเข้าสถานะซื้อ
กลยุทธ์นี้ใช้วิธีการที่แตกต่าง โดยการผสมผสานแท่งเทียนรูปค้อนกับ RSI divergences เพื่อหาการ
กลับตัวของตลาดกระทิง(ขาขึ้น)ของราคา
ให้มองหาตลาดที่มีแนวโน้มชัดเจนว่าราคากำลังลง
สังเกตจุดต่ำสุดของราคาที่แตะระดับในแต่ละขาลง
ตรวจสอบจุดต่ำสุดของราคานี้กับตัวชี้วัด RSI (Relative Strength Index)
คุณจะเจอ divergenceเมื่อราคาทำจุดต่ำสุดที่ต่ำลง แต่ RSI ทำจุดต่ำสุดที่สูงขึ้น
ให้มองหาแท่งเทียนรูปค้อนที่ก่อตัวขึ้นในจุดต่ำสุดของราคาซึ่งสอดคล้องกับจุดต่ำสุดที่สูงกว่าจุดต่ำสุดรอบที่แล้วของ RSI
ให้เปิดสถานะซื้อ (long) เมื่อราคาทะลุเหนือจุดสูงสุดของแท่ง Hammer
วางจุดหยุดขาดทุน (stop loss) ไว้ใต้จุดต่ำสุดของแท่งรูปค้อน
ตั้งระดับเป้าหมายทำกำไรตามแผนการเทรดของคุณ
ตัวอย่างเช่น ลองจินตนาการว่าคุณกำลังติดตามหุ้นที่มีแนวโน้มขาลง คุณสังเกตเห็นว่าราคาทำจุดต่ำสุดที่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของรอบที่แล้วแต่ RSI ทำจุดต่ำสุดที่สูงกว่าจุดต่ำสุดรอบที่แล้วเมื่อแท่งเทียนรูปค้อน ก่อตัวขึ้น ณ จุดนี้มันจะส่งสัญญาณถึงการกลับตัวขึ้นของราคา
สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่ามันเป็นเวลาที่ดีในการพิจารณาเปิดสถานะซื้อโดยคาดว่าราคาจะขยับขึ้น
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เป็นตัวชี้วัดทางเทคนิคที่มีประโยชน์สำหรับการระบุแนวโน้ม กลยุทธ์นี้เกี่ยวข้องกับการเทรดช่วงการปรับตัวลงมายังเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ในแนวโน้มขาขึ้น วิธีการทำงานดังนี้:
ระบุแนวโน้มขาขึ้นที่ราคาซื้อขายอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่
รอให้ราคาลดลงกลับมาที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่
มองหาแท่งเทียนรูปค้อนที่ก่อตัวบริเวณเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่
เข้าซื้อเมื่อราคาทะลุจุดสูงสุดของแท่งรูปค้อน
ตั้งค่าจุดหยุดขาดทุน (stop loss) ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งรูปค้อนและวางแผนการทำกำไรของคุณ ตัวอย่างเช่น สมมติว่าราคาของคู่สกุลเงินอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน แต่จากนั้นราคาปรับตัวลง หากมีแท่งเทียนรูปค้อนเกิดขึ้นเมื่อราคามาถึงเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สิ่งนี้อาจเป็นสัญญาณให้คุณเข้าซื้อโดยคาดว่าราคาจะปรับตัวขึ้นอีกครั้ง
การใช้เครื่องมือ Fibonacci retracement ช่วยให้นักเทรดสามารถระบุระดับสำคัญที่มักเกิดการกลับตัวของราคา กลยุทธ์นี้เกี่ยวข้องกับการมองหาแท่งเทียนรูปค้อนที่ระดับเหล่านี้วิธีการคือดังนี้:
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าราคาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
รอให้ราคาปรับตัวลง (retracement)
ใช้เครื่องมือ Fibonacci วาดระดับจากจุดต่ำสุดไปยังจุดสูงสุดของการเคลื่อนไหว
มองหาแท่งเทียนรูปค้อนที่เกิดขึ้นในระดับ Fibonacci retracement
เข้าสู่ตำแหน่งซื้อเมื่อราคาทะลุจุดสูงสุดของแท่งรูปค้อน
ตั้งค่าจุดหยุดขาดทุน (stop loss) ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งรูปค้อนและวางแผนการทำกำไรของคุณ
ตัวอย่างเช่น ในช่วงแนวโน้มขาขึ้นราคาหุ้นอาจปรับตัวลงมาที่ระดับ Fibonacci retracement 38.2%
หากมีแท่งเทียน Hammer เกิดขึ้นที่ระดับนี้อาจเป็นสัญญาณให้เข้าซื้อโดยคาดว่าแนวโน้มขาขึ้นจะกลับมาอีกครั้ง
ด้านล่างนี้คือประโยชน์บางส่วนของแท่งเทียนรูปค้อน:
ให้สัญญาณที่ชัดเจนในการกลับตัวของแนวโน้มจากขาลงเป็นขาขึ้น
รูปแบบที่โดดเด่นทำให้สามารถระบุได้ง่ายบนกราฟราคา
สามารถนำไปใช้กับตลาดการเงินต่าง ๆ ได้ เช่น หุ้น ฟอเร็กซ์ สินค้าโภคภัณฑ์ และ สกุลเงินดิจิทัล
ใช้ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่น ๆ เช่น เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ RSI ระดับ Fibonacci และ Pivot Points
ช่วยให้นักเทรดเดอร์ตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลโดยให้สัญญาณภาพที่ชัดเจนเกี่ยวกับอารมณ์ของตลาด
เมื่อใช้ร่วมกับระดับแนวรับจะเพิ่มความน่าเชื่อถือของสัญญาณการกลับตัว
แม้ว่าแท่งเทียนรูปค้อนจะมีประโยชน์มากแต่ก็มีข้อจำกัดบางส่วนดังนี้:
แท่งเทียนรูปค้อนบางครั้งอาจให้สัญญาณกลับตัวที่ผิดพลาดโดยเฉพาะในตลาดที่มีความผันผวนสูง
มักจะต้องการการยืนยันเพิ่มเติมจากอินดิเคเตอร์ตัวอื่น ๆ หรือรูปแบบแท่งเทียนเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการกลับตัว
ประสิทธิภาพของแท่งเทียนรูปค้อนขึ้นอยู่กับบริบทของแนวโน้มตลาดโดยรวมเป็นอย่างมาก
โดยทั่วไปถือว่าเป็นสัญญาณระยะสั้นและอาจไม่ได้ให้ข้อมูลแนวโน้มในระยะยาว
การพึ่งพาแท่งเทียนรูปค้อนเพียงอย่างเดียวโดยไม่พิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ของตลาดอาจนำไปสู่การตัดสินใจในการซื้อขายที่ผิดพลาด
แท่งเทียนรูปค้อน (Hammer) เป็นรูปแบบแท่งเทียนเดี่ยวที่ใช้เป็นตัวชี้วัดเมื่อวิเคราะห์การเทรดซึ่งมันสามารถระบุได้ง่ายบนกราฟแต่ต้องรู้จักรูปแบบที่แตกต่างกันของมันเพื่อหลีกเลี่ยงความสับสน
คุณสามารถใช้กลยุทธ์การเทรดบางอย่างที่กล่าวถึงข้างต้นเพื่อเทรดด้วยรูปแบบนี้แต่ต้องแน่ใจว่าคุณได้ทำการวิจัยและเข้าใจแต่ละกลยุทธ์อย่างถ่องแท้
นอกจากนี้หากคุณต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมที่มีประโยชน์ในการวางกลยุทธ์การเทรดของคุณเข้าร่วมกับ XS ได้เลย!
1. แท่งเทียนรูปค้อนเป็นขาขึ้นหรือขาลง?
แท่งเทียนรูปค้อนมักจะเป็นขาขึ้น(กระทิง) มันบ่งบอกถึงการกลับตัวที่อาจเกิดขึ้นจากแนวโน้มขาลงเป็นขาขึ้นซึ่งแสดงให้เห็นว่าฝั่งผู้ซื้อเริ่มควบคุมตลาดหลังจากมีแรงขายต่อเนื่อง
2. วิธีการเทรดด้วยแท่งเทียนรูปค้อน ?
การเทรดด้วยแท่งเทียนรูปค้อนต้องรอให้รูปแบบแท่งเทียนก่อตัวขึ้นและยืนยันการกลับตัวด้วยการปิดของแท่งเทียนถัดไปที่สูงกว่าจุดสูงสุดของแท่งรูปค้อน
เข้าซื้อ (long position) ตั้งจุดหยุดขาดทุน (stop loss) ไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งรูปค้อนและเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของราคาเพื่อหาจังหวะทำกำไร
3. สีของแท่งเทียนรูปค้อนมีความสำคัญหรือไม่?
แม้ว่าแท่งรูปค้อนสีเขียว (ขาขึ้น) และสีแดง (ขาลง) จะใช้ได้ทั้งคู่ แต่แท่งรูปค้อนสีเขียวมักถูกมองว่ามีความแข็งแกร่งมากกว่าเพราะแสดงให้เห็นว่าฝั่งผู้ซื้อสามารถดันราคาขึ้นเหนือระดับเปิดได้จนถึงตอนปิด
4. ความแตกต่างระหว่างแท่งเทียนรูปค้อนและแฮงค์แมนคืออะไร?
ความแตกต่างหลักคือบริบทที่แท่งเทียนปรากฏขึ้นของแท่งเทียนรูปค้อนปรากฏที่จุดต่ำสุดของแนวโน้ม ขาลงซึ่งบ่งบอกถึงการกลับตัวเป็นขาขึ้น
ในขณะที่แท่งเทียนแฮงค์แมน (Hanging Man) จะปรากฏที่จุดสูงสุดของแนวโน้มขาขึ้นบ่งบอกถึงการกลับตัวเป็นขาลง
5. แท่งเทียนรูปค้อนบ่งบอกถึงอะไร?
แท่งเทียนรูปค้อนบ่งบอกถึงการกลับตัวในแนวโน้มในตลาดจากขาลงเป็นขาขึ้นซึ่งแสดงให้เห็นว่าแรงขายเริ่มลดลงและความสนใจในการซื้อเพิ่มขึ้นซึ่งอาจทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น
เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย
เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง